ข่าวสายลุยทำไง...ขับออฟโรดแบบไม่ติดหล่ม - kachon.com

สายลุยทำไง...ขับออฟโรดแบบไม่ติดหล่ม
ยานยนต์

photodune-2043745-college-student-s

การขับขี่แบบออฟโรดในช่วงสุดสัปดาห์คือกิจกรรมยามว่างแสนสนุกสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความจำเจในชีวิตประจำวันและออกไปสัมผัสการเดินทางบนเส้นทางออฟโรดที่รถเก๋งเข้าไม่ถึง เมื่อการขับขี่แบบออฟโรดได้รับความนิยมมากขึ้น เทคโนโลยีช่วยขับขี่ก็ได้รับการพัฒนาตามไปด้วย เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยประคับประคองให้คุณและรถสามารถฟันฝ่าอุปสรรคและเอาตัวรอดบนเส้นทางที่ยากลำบากได้ดี นอกจากนั้น ทักษะการควบคุมรถยนต์เมื่อต้องขับบนทางวิบากก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้คุณถึงจุดหมายปลายทางได้ตามที่ต้องการ 

เตรียมตัวให้พร้อม
ก่อนเดินทางออกนอกเมืองไปลุยเส้นทางออฟโรด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถกระบะหรือรถอเนกประสงค์แบบ SUV มีน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง แผนที่หรือระบบนำทางจีพีเอสติดรถ ช่วยในการวางแผนเส้นทางล่วงหน้า และเตรียมความพร้อมในการเผชิญกับทางที่ยากลำบาก

มีเพื่อนไปด้วยดีกว่าไปคนเดียว
ถึงแม้จะมีการเตรียมการณ์มาเป็นอย่างดี การขับออฟโรดที่ดีที่สุดคือการมีเพื่อนนั่งไปด้วย ไม่ควรขับรถในเส้นทางทุรกันดารคนเดียว ซึ่งอาจเจอเรื่องที่คาดไม่ถึง เช่น รถเสียใช้งานไม่ได้ น้ำมันเชื้อเพลิงหมด รถติดหล่ม ควรบอกให้เพื่อนหรือครอบครัวรับรู้ว่าคุณจะขับไปในเส้นทางไหน

ความรู้เรื่องวิธีติดตั้งสายลากรถกรณีรถติดหล่ม                           รู้ว่าทางเข้าของช่องอากาศอยู่ตรงไหน และความสูงจากพื้นรถอยู่ที่เท่าไร สำหรับความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องของรถคือสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องรู้ เพื่อใช้ประเมินความสูงกับสภาพของเส้นทางก่อนขับในลักษณะออฟโรด

บ่อโคลน
เส้นทางที่เต็มไปด้วยโคลนนับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะผิวทางจะลื่นขึ้นมากโดยเฉพาะในฤดูฝน จากร่องถนนที่เกิดขึ้นจากการสัญจรของรถและน้ำฝนที่ขังอยู่ในหล่มโคลน รถยนต์ที่มีระบบ Terrain Management (หรือการตั้งค่าสภาพพื้นผิวอัจฉริยะเพื่อพิชิตทุกสภาพเส้นทาง) โหมดสภาพพื้นผิวโคลน ได้รับการออกแบบมาให้รอบการหมุนของเครื่องยนต์ต่อนาทีอยู่ในระดับต่ำ เพื่อการควบคุมรถที่ง่ายขึ้น ส่วนระบบป้องกันล้อล็อก ABS ก็จะทำงานควบคู่กับระบบควบคุมแรงบิด เพื่อลดการลื่นไถลของรถ 

ถนนหินขรุขระ
เส้นทางที่เต็มไปด้วยก้อนหินมักจะขรุขระไม่เรียบอยู่แล้ว ดังนั้นการควบคุมความเร็วรถให้ช้าและคงที่ จึงเป็นวิธีที่ดีสุดสำหรับการพิชิตเส้นทางออฟโรด การเลือกใช้โหมดขับเคลื่อนที่ถูกต้องจะช่วยทำให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4L ในรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถ PPV-SUV สามารถใช้งานได้ง่ายๆ เพียงแค่เลือกที่ปุ่มโหมดขับเคลื่อน และทำตามวิธีที่คู่มือแนะนำ ใช้ความเร็วต่ำและใช้คันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงการวางตำแหน่งของรถก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้คุณสามารถเอาตัวรอดในทางโหดๆ โดยเฉพาะทางแบบหินลอย โหมดการตั้งค่าขับเคลื่อนสี่ล้อแบบอัตราเกียร์ทดต่ำ หรือ 4 Low ควรใชัคันเร่งและการควบคุมพวงมาลัยแบบค่อยเป็นค่อยไป เคยมีนักทดสอบรถยนต์ขับแบบเล่นสนุกบนทางแบบหินลอยโดยใช้ความเร็วกับการหักเลี้ยวแบบกะทันหันที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน จนทำให้รถพลิกคว่ำก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

โหมด 4 Low
ใช้เกียร์หนึ่งในแบบอัตราทดต่ำ (4x4 Low) เพื่อรักษาการหมุนของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเทแรงบิดของเครื่องยนต์ การขับช้าๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปช่วยลดแรงกระแทกในกรณีที่คุณขับรถเหยียบหินก้อนโตๆ การขับขี่อย่างนุ่มนวลและการทำงานร่วมกันของระบบป้องกันล้อล็อก ABS กับระบบควบคุมแรงบิด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ในสภาพถนนที่ยากลำบาก

เนินสูงชัน
เส้นทางออฟโรดที่ต้องขับขึ้นเนินที่มีความสูงชันนั้นมีความยากลำบากเอาเรื่อง ถ้าไม่อันตรายจนเกินไป ควรลงจากรถมาตรวจสอบเส้นทาง เพื่อสำรวจว่ามีหลุม ตอไม้ หรือก้อนหินขวางทางอยู่หรือเปล่า ทางชันเกินไปจนอาจทำให้รถเกิดอาการลื่นไถลได้หรือไม่ การลงมาตรวจสอบสภาพทางช่วยทำให้คุณเห็นเส้นทางที่แท้จริงว่ารถสามารถแล่นไปได้ หรืออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ การหาเส้นทางอื่นที่ปลอดภัยกว่าแม้จะอ้อมไปบ้าง เป็นเรื่องที่ควรกระทำหากคิดว่าฝ่าออกไปไม่ไหวก็ไม่ควรจะฝืนขับลุยต่อ 

การตั้งค่าระบบเกียร์แบบอัตราทดต่ำ (4x4 Low) จะทำให้รถสามารถคงรอบและแรงบิดของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ค่อยๆ ขับปีนเขาขึ้นไป โดยไม่เสียกำลังเครื่องมากจนเกินไป หากต้องการหยุดหรือจอดรถบนทางลาดชัน หากรถยนต์ของคุณมีระบบช่วยออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ระบบดังกล่าวช่วยให้คุณหยุดรถเพื่อประเมินเส้นทางอีกครั้งได้ และเมื่อยกเท้าออกจากเบรก ระบบจะช่วยให้รถยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมได้อีก 2-3 วินาที ก่อนที่รถจะออกตัว ปัจจุบัน ระบบ Hill Assist มักจะติดตั้งมาให้ในรถออฟโรดขับเคลื่อน 4 ล้อแทบจะทุกรุ่นทุกยี่ห้อ 

ทั้งลื่นทั้งชัน
ในขณะขับรถลงเขา ต้องระมัดระวังไม่ไปล็อกล้อและกลายเป็นว่าลื่นลงเขาแบบควบคุมรถไม่อยู่ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) จะช่วยเสริมแรงเบรก ทำให้สามารถขับลงเขาที่ระดับความเร็วต่อเนื่อง แค่ควบคุมพวงมาลัยให้อยู่บนเส้นทาง ใช้ความเร็วต่ำตอนลง ค่อยๆ วางตำแหน่งของรถให้ถูกต้อง ถ้าทางลงเขาชันมาก ควรเดินลงมาสำรวจสภาพทางดูก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีสิ่งกีดขวางอะไรดักรออยู่

พื้นทราย
ทรายร่วนๆ ทำให้การขับลุยบนชายหาดมีความสนุก แต่กำลังของเครื่องยนต์จะลดลงเนื่องจากสภาพของพื้นผิวที่เป็นทราย การรักษาโมเมนตัมของรถเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่าพยายามเร่งเครื่องให้แรงขึ้นเมื่อเริ่มติดหล่มทราย การเร่งความเร็วจะยิ่งทำให้รถจมทรายเร็วขึ้น แต่ถ้าขับช้าเกินไปก็อาจทำให้ติดทรายได้เหมือนกัน โดยรวมการควบคุมรถยนต์บนผิวทรายจึงเป็นเรื่องของการรักษาสมดุลของโมเมนตัมให้คงที่ พยายามชะลอรถก่อนจอด แทนการเหยียบเบรก เพราะจะทำให้ล้อไม่จมลงทราย สามารถออกตัวได้ง่ายขึ้น

ล้างทำความสะอาดหลังลุยโหด
หลังจากออกไปขับแนวออฟโรดในช่วงสุดสัปดาห์ ก็ถึงเวลาที่จะต้องล้างทำความสะอาดรถยนต์ที่ลุยแหลกจนเลอะเทอะ ตรวจสอบว่ามีสิ่งสกปรกหลงเหลืออยู่หรือไม่ คราบขี้โคลนขี้เลนอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับชิ้นส่วนต่างๆ การล้างอัดฉีดใต้ท้องเพื่อทำความสะอาดควรทำทันทีไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานๆ หากขับรถตะลุยทรายบนชายหาด หรือลุยข้ามแม่น้ำตื้นๆ อย่าลืมล้างทำความสะอาดรถทันที เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของเกลือที่ทำให้รถเกิดสนิม.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358