เสียงกรีดร้อง! เปิดคำสุดท้ายของนักบินในเครื่อง LAMIA FLIGHT 2933
ยานยนต์

photodune-2043745-college-student-s

British Aerospace 146 เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กแบบ 4 เครื่องยนต์ของสายการบิน Lamia เที่ยวบินที่ LMI 2933 ซึ่งเป็นเครื่องเช่าเหมาของทีมฟุตบอลจากบราซิล ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานในเมืองซานตาครูซของประเทศโบลิเวียไปยังสนามบินนานาชาติในเมืองเมเดยินของโคลอมเบีย พร้อมผู้โดยสาร 72 คน และลูกเรืออีก 9 คน รวม 81 คน ในจำนวนผู้โดยสารทั้ง 72 คน มีนักฟุตบอลจากทีมสโมสรชาเปโคเอนเซของบราซิลรวมอยู่ด้วย หลังจากบินเดินทางจนใกล้จะถึงสนามบินปลายทาง

ในช่วงเที่ยงคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น เครื่องบินลำดังกล่าวประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่หุบเขาสูงชันหลังจากบินวนอยู่ใกล้กับรันเวย์ของท่าอากาศยานเมเดยิน โดยตกกระแทกพื้นท่ามกลางภูเขาสูงก่อนที่จะบินมาถึงหัวรันเวย์ มีผู้รอดชีวิตอย่างน้อย 6 คน แต่รายงานบางกระแสระบุว่าจำนวนผู้รอดชีวิตมีถึง 13 คน ในจำนวนนี้มีอะลัน รัสเชล ผู้รักษาประตูทีมชาเปโคเอนเซทีมดังในลีกของบราซิลรวมอยู่ด้วย

นักบิน Miguel Alejandro Quiroga ได้วิทยุติดต่อกับหอบังคับการบินของสนามบินเมเดยิน โดยแจ้งในวิทยุว่า "เกิดเหตุฉุกเฉิน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับบังคับควบคุมการบินล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ระบบจีพีเอสไม่ทำงาน เรากำลังจะตก ช่วยเราด้วย! ช่วยเปิดรันเวย์ฉุกเฉินด้วย! เรากำลังบินอยู่ที่ความสูง 1,000 ฟุต!" 

ข้อความสุดท้ายในวิทยุที่นักบินติดต่อกับหอบังคับการบินของท่าอากาศยานเมเดยิน เครื่อง British Aerospace 146 เที่ยวบิน LMI 2933 ของสายการบิน Lamia นักบินแจ้งว่าเชื้อเพลิงกำลังจะหมดและเครื่องกำลังจะตกลงสู่พื้นดินพร้อมกับร้องขอให้หอบังคับการเปิดรันเวย์ฉุกเฉิน ตามด้วยเสียงกรีดร้องซึ่งเป็นข้อความสุดท้ายที่บันทึกได้ในวิทยุติดต่อระหว่างเครื่องบินกับหอบังคับการ ก่อนที่เครื่องจะตกกระแทกกับภูเขา

หลังจากการตกของเครื่อง British Aerospace 146 ผู้เชี่ยวชาญทางการบินได้สันนิษฐานว่าเชื้อเพลิงอาจจะหมดก่อนที่เครื่องจะร่อนลง เชื่อมโยงกับสภาพอากาศปิดบริเวณท่าอากาศยานเมเดยิน เป็นการเกี่ยวเนื่องกันของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับความผิดพลาดอย่างร้ายแรงของระบบเอวิโอนิกส์ รายละเอียดคำพูดสุดท้ายของนักบินที่บันทึกได้นั้นแจ้งว่าเครื่องบินเกิดการขัดข้องในระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงจำเป็นต้องปล่อยเชื้อเพลิงก่อนที่จะทำการลงจอดฉุกเฉินเพื่อลดน้ำหนักของเครื่องบินและลดอันตรายจากเหตุเพลิงไหม้ขณะทำการลงจอด 

แอร์โฮสเตสที่รอดตายให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า เครื่องบินได้รับการเติมเชื้อเพลิงจนเกือบเต็มก่อนที่จะทำการบินขึ้น หลังจากเกิดความผิดพลาดของระบบอิเล็กทรอนิกส์  นักบินได้ทำการบินร่อนเป็นวงกลมใกล้กับสนามบินเมเดยิน เพื่อปล่อยเชื้อเพลิงทิ้ง  โดยทำการบินร่อนเป็นวงกลมเหนือหุบเขาใกล้สนามบินท่ามกลางสภาพอากาศปิด 

British Aerospace 146 เป็นอากาศยานโดยสารระยะกลาง ผลิตในสหราชอาณาจักร โดยบริษัท British Aerospace เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท BAE Systems สายการผลิตของเครื่องบิน British Aerospace 146 เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1983 จนถึงปี ค.ศ. 2003 จึงยุติการผลิต นับเป็นเครื่องบินโดยสารระยะสั้นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของอังกฤษ จากโครงการพัฒนาเครื่องบินสำหรับสายการบินพลเรือนทั่วไป

British Aerospace 146 ใช้การออกแบบในลักษณะ Monoplane ปีกติดตั้งอยู่ในตำแหน่งด้านบนของลำตัวแตกต่างจากเครื่องบินโดยสารทั่วไปที่ปีกมักจะอยู่ด้านล่างของลำตัว การออกแบบปีกในลักษณะดังกล่าวทำให้สามารถบินร่อนได้ดีกว่าปีกที่อยู่ด้านล่าง British Aerospace 146 ติดตั้งเครื่องยนต์ Turbofan จำนวน 4 เครื่องยนต์ โดยติดตั้งอยู่บริเวณใต้ปีกข้างละสองเครื่อง นับเป็นเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กที่มีเสียงการทำงานของเครื่องยนต์เงียบมากเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ จากการออกแบบ บทบาทหลักของ British Aerospace 146 ทำหน้าที่เป็นเครื่องบินโดยสารภายในประเทศหรือบินรับส่งผู้โดยสารต่างประเทศระยะใกล้ สมรรถนะและประสิทธิภาพที่น่าเชื่อถือทำให้เครื่องบินโดยสารรุ่นนี้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายโดยสายการบินในยุโรป  เช่น บรัสเซลส์แอร์ไลน์ ซิตี้เจ็ต และสวิสแอร์

British Aerospace 146 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน Avco Lycoming ALF 502 จำนวน 4 เครื่อง เป็นเครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์ขนส่งแบบ Chinook มีระดับเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ที่ต่ำมาก ในช่วงแรกของการพัฒนา วิศวกรของ British Aerospace ตัดสินใจที่จะใช้เครื่องยนต์ถึงสี่เครื่องสำหรับการผลิตให้กับสายการบินมากกว่าการติดตั้งเครื่องยนต์แบบสองเครื่อง โดยถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดจากการออกแบบ ข้อดีของการใช้เครื่องยนต์มากถึงสี่ตัวก็คือ ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่า

การบินขึ้นจากรันเวย์ด้วยระยะทางที่สั้นกว่า สามารถบินปฏิบัติการในสภาพอากาศร้อนได้ดี พลังงานไฟฟ้าที่จ่ายให้กับตัวเครื่องผลิตจากเครื่องยนต์แต่ละตัวแบบแยกกัน การออกแบบการทำงานของเครื่องยนต์ในลักษณะดังกล่าวเพื่อความสะดวกในการซ่อมบำรุงและลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ส่วนข้อเสียของเครื่องบินขนาดเล็กที่มีเครื่องยนต์ถึง 4 ตัวก็คือความสลับซับซ้อนของระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน Avco Lycoming ALF 502 แม้จะมีความเสถียร แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่พอสมควร เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนที่ให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้งานในเครื่องอาจทำงานหนักและเกิดความร้อนสะสมมากจนเกินไป ทำให้เกิดการปิดการทำงานแบบอัตโนมัติ และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ Lamia Flight 2933 ตกกระแทกพื้นก็มีความเป็นไปได้อยู่พอสมควร ขอแสดงความเสียใจกับทุกชีวิตที่ต้องสูญเสียไปกับอุบัติเหตุทางอากาศในครั้งนี้.

British Aerospace BAe 146 / AVRO RJ100
Crew 2
Passengers 100-116, max. 128
Propulsion 4 Turbofan Engines
Engine Model Avco Lycoming ALF 502
Engine Power (each) 31,1 kN 7000 lbf
Speed 780 km/h 421 kts 484 mph
Mmo (max. Mach) Mach 0.73
Service Ceiling 9.449 (10.668) m 31.000 (35.000) ft
Range 2,815 (2,759) km 1,520 (1,490) NM 1,749 (1,715) mi
Empty Weight 24.880 (25.600) kg 54.850 (56.440) lbs
max. Takeoff Weight 45.132 (46.040) kg 99.500 (101.500) lbs
max. Landing Weight 39.236 (40.143) kg 86.500 (88.500) lbs
Wing Span 26,34 m 86 ft 5 in
Wing Area 77,3 m² 832 ft²
Length 30,99 m 101 ft 8 in
Height 8,59 m 28 ft 2 in
First Flight 01.05.1987 (13.05.1992)
Production Status out of production
Production Range 1987-2003
Total Production 71 (71), Total 142
Developed from BAe 146-100
ICAO Code B463 RJ1H
IATA Code 143 14Z AR1
FAA TCDS A49EU
EASA TCDS A.182
other TCDS CAA UK BA16
Data for (Version) BAe 146-300 (RJ100)
Variants BAe 146-300, AVRO RJ100, BAe 146-300QC, BAe 146-300QT

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/